วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ประวัติพระอาจารย์คำมี









ชีวประวัติพระครูศรีภูมานุรักษ์
เจ้าคณะอำเภอพรรณนานิคม-วาริชภูมิ-พังโคน (ธรรมยุต)
เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม
ชื่อเดิมคำมี  นามสกุล  สุวรรณศรี (ฉายา)
สุวณฺณสิริ  เกิดวันศุกร์ เดือน 4 แรม 9  ค่ำ  ปีวอก  วันที่  1  เมษายน  2464 (แต่ตามที่ใช้ปกติปีวอก 2463) ที่บ้านบก  หมู่ที่  3  ตำบลหนองไข่นก  อำเภอม่วงสามสิบ  จังหวัดอุบลราชธานี  บิดาชื่อนายเคน  สุวรรณศรี  มารดาชื่อนางดี  สุวรรณศรี  สำเร็จการศึกษาชั้น ป.4 ที่  ร.ร ประชาบาลบ้านก่อ 1  ตำบลหนองไข่นก  อำเภอม่วงสามสิบ  จังหวัดอุบลราชธานี  เมื่อปี พ.ศ.2478 และได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัดที่บ้านบกเมื่อปี 2477  เป็นศิษย์วัดอยู่ 2 ปี  เรียนสวดมนต์น้อยสวดมนต์กลางอักษรธรรม (เรียนแบบต่อหนังสือปากเปล่า) กับอาจารย์พา  สาธรพันธ์  และอาจารย์โทน  ศรีงาม  เจ้าอาวาสตามลำดับกัน ครั้นปลายปี 2478 จบ ป.4  แล้วบรรพชาเป็นสามเณรที่สีมาวัดบ้านบก  ตำบลหนองไข่นก  อำเภอม่วงสามสิบ  จังหวัดอุบลราชธานี  พระอุปัชฌาย์อ่อน  สิริจนฺโท  วัดบ้านก่อเป็นพระอุปัชฌาย์ ครั้นบรรพชาแล้วอยู่บ้านบกไม่นานก็ได้ติดตามพระอาจารย์เพชร  กิตฺติวณฺโท อดีตเจ้าอาวาสวัดบุญญานุสรณ์ หนองวัวซอ  จังหวัดอุดรธานี
ไปจำพรรษาที่วัดบ้านก่อ ร่วมกับพระอุปัชฌาย์มีพระอาจารย์สีทา สีดา  เป็นพระสอนสวดมนต์ จบพระ   ปาฏิโมกข์  ในปี 2479  และสอบ น.ธ.ตรี ได้  พระมหาพรหมา  บุญสร้าง  เป็นครูสอน  ปี 2480  ได้จำพรรษาและเรียนบาลีไวยากรณ์ที่วัดบ้านก่อ  พระอาจารย์มหาสีทน  กาญฺจโน  เป็นครูสอน และออกพรรษาแล้วท่านนำเที่ยววิเวก ถึงเมืองโขงจำปาศักดิ์  หลี่ผี  ปี  2481 จำพรรษาที่วัดสุปัฏนาราม  อ.เมือง   จ.อุบลราชธานี ได้บรรพชาซ้ำอีก  กับพระศรีธรรมาวงศาจารย์ (ทองจันทร์เกสโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ได้ศึกษาบาลีไวยากรณ์ซ้ำอีกและสอบได้  และในพรรษานี้ป่วยเป็นโรคเหน็บชาตลอดพรรษา  ปี 2482  ออกมาจำพรรษาที่วัดบ้านก่ออีก 1 พรรษาไม่ได้อะไร ในปี 2483  ได้ติดตามท่านพระอาจารย์บุญมาฐิตเปโม ไปจำพรรษาที่วัดอรุณรังษี        จ.หนองคาย  ได้ป่วยเป็นโรคเหน็บชาตลอดพรรษาอีก  สอบ น.ธ. โท  ได้ในสำนักเรียนวัดบุญญานุสรณ์         จ.อุดรธานี  ใน พ.ศ. 2492   สอบ  น.ธ.เอก  ได้ที่สำนักเรียนวัดกุดเรือคำ  จ.สกลนคร  ใน ปี 2496
การอุปสมบท ได้อุปสมบทที่อุโบสถวัดศรีเมือง  จ.หนองคาย  พระเทพบัณฑิต (ครั้งดำรงตำแหน่งพระครูวิชัยสังฆกิจ) เป็นพระอุปัชฌาย์  พระใบฎีกานาค  เป็นพระกรรมวาจาจารย์  พระมหาอินทร์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สำเร็จญัติจตุตถกรรมเวลา 15.07 น.  วันที่  25  ธันวาคม  2483  ครั้นปี 2484-2485  ป่วย ได้จำพรรษาที่วัดป่าบ้านค้อ  ตำบลบ้านกลาง  อำเภอบ้านผือ  จังหวัดอุดรธานี  ได้ศึกษาวิปัสนาธุระตามลำพังกับท่านพระอาจารย์บุญมา  ฐิตเปโม  ปี 2486  จำพรรษาที่ถ้ำผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง  จังหวัดเลย  ศึกษาวิปัสสนาตามลำพัง ป่วยเป้นไข้ป่ากลางเรื้อรังอยู่นาน ปี 2487  จำพรรษาที่ถ้ำกวาง อำเภอภูเวียง  จังหวัดขอนแก่น กับท่านพระอาจารย์คำดี  ปภาโส  ปี 2488  จำพรรษาที่สำนักภูสวรรค์ (ภูตะกา) บ้านหนองบัวน้อย  อำเภอภูเวียง  จังหวัดขอนแก่น ปี 2489  จำพรรษาที่สำนักป่าช้าบ้านต้นผึ้ง หนองคู  อำเภอภูเวียง  อาศัยศึกษาวิปัสสนาธุระอยุ่กับท่านพระอาจารย์คำดี  ปภาโส  เป็นเวลา 3 ปี  ปี 2490 จำพรรษาที่วัดป่าศรัทธาราม บ้านห้วยทรายคำ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  ออกพรรษาไปตั้งสำนักสงฆ์ชั่วคราวที่บ้านโคกแฝก-หนองขาม อำเภอวังสะพุง  จังหวัดเลย  และไปพักวิเวกที่ป่าช้าบ้านกกเกลี้ยงบ้านเล้า  ให้ชื่อว่าสำนักป่าเวฬุวันขณะนี้สร้างไปแล้ว ปี 2491 ไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านบก ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อโปรดญาติพี่น้องมาตุภูมิ-ปิตุภูมิ  ออกพรรษาแล้วได้มาปฏิบัติวิปัสสนาธุระกับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทฺตโต ที่วัดภูริทัดตถิราวาสอำเภอพรรณนานิคม  จังหวัดสกลนคร ได้ประมาณครึ่งเดือน  ในปี พ.ศ.2492-2493  จำพรรษาที่สำนักป่าสุขาวิเวก  บ้านหนองบัว  ตำบลแร่  อำเภอพังโคน  จังหวัดสกลนคร เนื่องจากโยมบิดา-มารดา  ได้อพยพตามขึ้นมาอาศัยตั้งครอบครัวอยู่ที่บ้านหนองบัวนั้น  แต่บังเอิญไม่สมหวัง  โยมบิดา-มารดาได้ถึงแก่กรรมไปในปีแรกและปีถัดมา  จึงเป็นเหตุให้เสียกำลังใจ  ปี 2494  จึงได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดศิริราษฎร์วัฒนา  บ้านเจริญศิลป์  ตำบลทุ่งแก  อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร  ในปี 2495  ได้ปรับปรุงพัฒนาขยายวัดนี้ให้กว้างขวางถึง 100 ไร่  วางผัง-ตัดถนน-สร้างกุฏิ  และปลูกต้นไม้ผลไม้ไว้ให้เป็นระเบียบพอสมควร  และยังได้สร้างศาลาหอฉันไว้ด้วย  ปี 2496  ได้ไปจำพรรษาที่สำนักป่าธาตุศรีทอง  บ้านธาตุ  ตำบลธาตุทอง  อำเภอวานรนิวาส  จังหวัดสกลนคร  เนื่องจากความต้องการของโยมชาวบ้านธาตุนั้นอยากบูรณะบำรุงดอนธาตุ  ซึ่งประชาชนในถิ่นนั้นนับถือเป็นศาลเจ้ามเหศักดิ์อันใหญ่โต จนคนไปทำอะไรบริเวณนั้นไม่ได้ถึงกับหักคอตาย หรือว่ายบกฯ จึงได้ไปช่วยบูรณะพัฒนาภายในด้านศีลธรรมให้เชื่อมเข้าในจิตใจของประชาชน และพัฒนาด้านวัตถุ ให้เป็นที่เจริญสมณะธรรมกรรมฐานเป็นรมณียสถานมาตลอดทุกวันนี้  ครั้นปี 2497 กลับมาจำพรรษาที่วัดศิริราษฎร์วัฒนา บ้านเจริญศิลป์อีก ได้ตั้งสำนัก ศาสนศึกษาปริยัติธรรม น.ธ.ตรี-โท-เอก ขึ้นตั้งแต่บัดนั้น  จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 21 ปีแล้ว ปี 2498 ได้ไปตั้งวัดศรีสว่างแดนดิน โดยคำบัญชาของท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์  วัดโพธิสมภรณ์ (อดีตเจ้าคณะมณฑลอุดรธานี) ได้ปรับปรุงพัฒนาวางผัง-ตัดถนนในวัดนี้ตามระเบียบของกรรมการศาสนาที่วางไว้เป็นหลักประกอบ  ได้สร้างเสนาสนะ-ปลูกมะม่วงอกร่องไว้มาก ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ 13 ปี (พ.ศ. 2498-2510)        ปี 2511 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าคระอำเภอพรรณนานิคม-วาริชภูมิ (ธ)  ตั้งสำนักอยู่ที่วัดสามัคคีธรรม  บ้านนาเหมือง  ตำบลพังโคน  อำเภอพังโคน  จังหวัดสกลนคร  โดยคำบัญชาของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีระวงค์ (ธมฺมธโร พิมพ์) วัดพระศรีมหาธาตุ พระนคร เจ้าคณะภาค 8-9-10-11 (ธ)  ในสมัยนั้น  รวมประจำอยู่วัดสามัคคีธรรมนี้ 7 ปีบริบูรณ์ย่างเข้าปีที่ 8
งานการปกครอง ปี 2497  เป็นเจ้าอาวาสวัดศิริราษฎร์วัฒนา  ปี2498 เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีสว่างแดนดิน  ปี 2504  เป็นพระอุปัชฌาย์  ปี 2511  เป็นเจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม  และเป็นเจ้าคณะอำเภอพรรณานิคม-วาริชภูมิ (ธ)  ปี2510 ได้รับสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตรชั้นตรี-และชั้นโทตามลำดับ
งานการศึกษา ปี 2497  ได้ตั้งสำนักศาสนศึกษาปริยัติธรรมที่วัดศิริราษฎร์วัฒนา ปี 2502 ตั้งศาสนศึกษาปริยัติธรรมขึ้นที่วัดศรีสว่างแดนดิน ปี 2511 ตั้งสำนักศาสนศึกษาปริยัติธรรมขึ้นที่วัดสามัคคีธรรม จนถึงปัจจุบัน ส่วนเครื่องอุปกรณ์การศึกษาก็เป็นเงาตามตัวขึ้นในที่นั้นๆ
ปี 2497 ได้แต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง น.ธ.ตรี มาตลอดจนถึงทุกวันนี้
งานเผยแพร่ ได้ช่วยอบรมศีลธรรม-เยี่ยมเยือนประชาชนในเขต อำเภอสว่างแดนดิน ในขณะที่เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะอำเภอสว่างแดนดิน ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูต อบรมประชาชนในเขตจาริก-ปกครอง แต่ปี 2507 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ได้ 11 ปีแล้ว (ทำทุกปี)
นอกจากนี้ได้ช่วยแก้มิจฉาทิฐิของประชาชนบ้านป่าขาดอนในเรื่องลัทธิ ถือผีสางนางไม้ให้กลับเชื่อมั่นในพระรัตนตรัย และถือพระไรสรณคมให้มั่นคงยิ่งขึ้น หรือป่วยไข้ ผีสิง ก็ให้อาบน้ำพระพุทธมนต์เป็นต้น
งานสาธารณูปการ ได้ก่อสร้างบูรณะวัดถาวรวัตถุดังต่อไปนี้
1.ได้วางผังก่อสร้างวัดศิริราษฏร์วัฒนา บ้านเจริญศิลป์ ตัดถนนรอบวัด ล้อมรั้วในที่ดิน 100 ไร่ด้วยลวดหนามหลักไม้แก่น และยังมั่นคงในปัจจุบันนี้ ช่วยงานสร้างอุโบสถ และจัดงานฝังลูกนิมิตเมื่อปี 2514
2.ได้วางผังสร้างวัดศรีสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน สร้างกุฏิ 2 ชั้นด้วยไม้ กว้าง 8 เมตร  ยาว 21  เมตร  สร้างถังเก็บน้ำฝน  และสร้างสระน้ำใช้ได้อยู่จนปัจจุบันนี้ จากปี 2498-2510 ได้ที่ดิน 54 ไร่
3.ได้บูรณะและสร้างศาลาการเปรียญวัดธาตุศรีทอง  บ้านธาตุ  ตำบลธาตุทอง อำเภอวานรนิวาส ในปี พ.ศ. 2500
4.ได้วางผังบูรณะวัดสามัคคีธรรม สร้างกุฏิ-ตัดถนนในวัด และรอบวัด สร้างสระน้ำกว้าง 60 เมตร ยาว 80 เมตร  ลึก 3.50 เมตร  สร้างศาลาหอฉัน  ศาลาที่พักชี  สร้างสีมาวิหาร (อุโบสถ)  กว้าง 14 เมตร  ยาว 36 เมตร (2 ชั้น) คิดค่าก่อสร้างในระยะ 7 ปี   ประมาณ 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาทเศษ) โดยได้รับอุปการะจากทางการบ้างและจากศาสนิกชนทั่วไปบ้าง ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย
สรุปชีวประวัติ ชีวิตเป็นฆราวาส 15 ปี  เป็นบรรพชิต 39 ปี  รวมอายุ 54 ปี  พรรษาเป็นพระ 34 พรรษา  เป็นสามเณร 5 ปี เที่ยววิปัสสนาอยู่ 9 ปี ทำงานส่วนรวมคันถธุระ 25 ปี  นับว่าเป็นชีวิตที่ขาดทุนภายใน (ยังประมาทอยู่)
เห็นว่าภาระด้านคันถธุระที่ได้ทำมานี้พอสมควรแก่กำลัง และภาวะชีวิตความเป็นมาและจนเป็นอยู่อีกต่อไป ชักจะไม่ไว้ใจในชีวิต จึงใคร่ขอจารึกประวัตินี้ไว้เพื่อศิษยานุศิษย์ผู้สนใจ จะได้อ่านได้ศึกษา ประพฤติปฏิบัติตามในส่วนที่ดี เพื่อหาที่พึ่งแก่คนอื่นต่อไป ทั้งในปัจจุบันและสัมปรายิกภพข้างหน้าด้วย

                                                                                (พระครูศรีภูมานุรักษ์)
                                                                               เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม
                                                                                 อ.พังโคน  จ.สกลนคร
                                                                                   25  มกราคม  2518
                                                                                     เจ้าของประวัติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น