วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ประวัติหลวงตาอู๊ต (เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน)









 ชีวประวัติหลวงตาอุ๊ด  สุนฺทราจาโร หลวงตาอุ๊ด   สุนฺทราจาโร (สกุลสิทธิพรม)  เกิดเมื่อวันศุกร์ ที่  9  พฤศจิกายน  พ.ศ.2499  ปีวอก  ณ  บ้านเลขที่  85  บ้านนาเหมือง   ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน  จ.สกลนคร  บิดาชื่อ นายพรหม  สิทธิพรม  มารดาชื่อ  นางเสถียร  ก้อนอินทร์ มีพี่น้องร่วมกัน 2 คนดังนี้  1.หลวงตาอุ๊ด  สุนฺทราจาโร  2.นางพิสมัย  ก้อนอินทร์ (น้องสาว)
การศึกษา  ได้เข้ารับการศึกษาที่ศาลาวัดศรีบุญเรือง บ้านนาเหมือง จนจบประถมปีที่ 2  ได้เข้าศึกษาต่อประถมปีที่ 3-7
ที่โรงเรียนจำปาสามัคคีวิทยาบ้านพังโคน ตำบลพังโคน  อำเภอพังโคน  จ.สกลนคร
การออกบรรพชา-เป็นสามเณร  เมื่อเป็นฆราวาสอายุได้ 13 ปี จบประถม 7  แล้ว ตา-ยาย ก็ได้อบรมสั่งสอนในทาง
พระพุทธศาสนาว่าการออกบวชนั้นได้บุญมาก จึงคิดอยากออกบวชและได้บอกกับยายว่าอยากจะบวช ท่านก็เลยยินดี
อนุโมทนาในเจตนาอันดีนี้ แม่และยายก็เลยนำตัวมาฝากเป็นลูกศิษย์หลวงปู่คำมี สุวรรณศิริ (พระครูศรีภูมานุรักษ์)
ณ.วัดสามัคคีธรรม บ้านนาเหมือง เป็นผ้าขาวน้อยเรียนขานนาค อยู่ 1 เดือน กับอีก 15 วัน เป็น 45 วันพอด
ี ท่านหลวงปู่คำมี (พระครูศรีภูมานุรักษ์) อุปัชฌาย์ ท่านจึงบรรพชาเป็นสามเณรให้ ได้รับการอบรมสั่งสอน
ข้อวัตรปฏิบัติกรรมฐานภาวนา-สมาธิกับท่าน และคอยฟังความตักเตือนคำสอนของท่านตลอด จนได้เป็นลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด
เป็นสามเณร อุปฐาก-อุปถัมภ์ก้นกุฏิ ท่านได้พาออกธุดงศ์ปฏิบัติธรรมหลายที่ เรียนศึกษาธรรมวินัย สวดมนต์ สวดพร
ให้ศีล จนพระอาจารย์ไว้วางใจ มั่นใจในตัวของสามเณรผู้เป็นลูกศิษย์ตลอด อยู่มาจนถึง 6 พรรษา อายุย่างเข้า 19 ปี
การศึกษาด้านพระปริยัติ – นักธรรม
ได้เข้ารับการเรียน และสอบปริยัตินักธรรมชั้นตรี ได้ในปี พ.ศ.2513
สอบปริยัตินักธรรมชั้นโท ได้ในปี พ.ศ.2515
สอบปริยัตินักธรรมชั้นเอก ได้ในปี พ.ศ.2517
พรรษาที่ 7 อายุย่างเข้า 20 ปี ก่อนเข้าพรรษาได้ขอลาศึกกับท่านหลวงปู่คำมี(พระครูศรีภูมานุรักษ์) วัตถุประสงค์ที่ขอลาสิกขา
ก็เพื่อออกมาดูแลตอบแทนบุญคุณบุพการีที่เลี้ยงดูมา นั้นก็คือ แม่และยาย และเพื่อศึกษาต่อ ตามประสงค์ของแม่และยายด้วย
แต่ได้ใคร่ขอหลวงปู่คำมี(พระครูศรีภูมานุรักษ์)ลาศึกอยู่ถึง3ครั้งท่านถึงตัดสินใจให้ลาศึกแต่พอศึกออกมาก็ได้ศึกษาต่อ
มัธยมศึกษาผู้ใหญ่ม.1จนถึงม.3จบแต่ก็ยังไม่ได้หางานทำเพราะรอเกณฑ์ทหารก่อนแต่เมื่อเกณฑ์ทหารไม่ติด
และด้วยความบังเอิญสำนักงานประถมศึกษาพังโคนรับสมัครสอบนักการภารโรงของโรงเรียนบ้านนาเหมือง
จึงเข้าสมัครสอบและสอบติดได้เข้าทำงานและได้รับเงินเดือน750บ./ด.และได้ดูแลอุปการคุณแม่และยายมาตลอด
จนถึงอายุไขของยายได้ 78 ปีท่านก็ได้จากลูก-
หลานไปโดยไม่มีวันกลับต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ได้พิจารณาว่าอยากจะออกบวชอีกครั้ง
จึงได้ไปมอบตัวเป็นนาคกับหลวงปู่บุญพิน  กตปุญโญ (พระครูสุวิตมลบุญญากร) เป็นพระอุปัชฌาย์ณวัดผาเทพนิมิตและได้กลับมาสังกัดอยู่วัดป่าสามัคคีธรรมบ้านนาเหมืองเหมือนเดิม พรรษาแรกพ.ศ.2543
ได้พำนักจำพรรษาอยู่วัดพระธาตุจำปามหารัตนารามกับปู่ต้นบุญ ติกขะปัญโญ  ต่อมาในปี พ.ศ.2545 ได้ไปพำนักจำพรรษาที่วัดพระธาตุเจ้าผู้ข้า
  อัฐวาส     บ้านอุ้มไผ่ บ้านไผ่ทอง อำเภอพรรณนานิคม  จ.สกลนคร บูรณะพระธาตุเจ้าผู้ข้า สร้างพระพุทธรูป 5 องค์  สร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง 
วิหารหลวงปู่เวียง กุฏิ 6 หลัง ในปี พ.ศ.2546  ได้พำนักจำพรรษาที่วัดสามัคคีธรรม ในปีนั้นวัดสามัคคีธรรมไม่มีเจ้าอาวาส
ศรัทธาญาติโยมชาวบ้านนาเหมือง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ได้ไปกราบอาราธนานิมนต์ หลวงปู่อุปัชฌาย์เจ้าคณะอำเภอ
และลงมติความเห็นว่าให้ไปนิมนต์หลวงตาอุ๊ด  สุนฺทราจาโร มารักษาการแทนเจ้าอาวาส ดูแลศาสนสมบัติภิกษุ-สามเณร ในปี พ.ศ.2547
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดสามัคคีธรรม ต่อมาในวันที่ 1 ม.ค. 2551 ได้รับพัด แต่งตั้งเป้นพระครูธรรมธรอัมพร สุนฺทราจาโร ฐานาพระธรรมฐิติญาณ
วัดบึงพระลานชัย จังหวัดร้อยเอ็ด การก่อสร้างบูรณะพระธาตุเจดีย์ศรีภูมานุรักษ์ ศาลาวิหารศรีภูมาประชาราช ได้ก่อสร้างพระพุทธรูปปางนาคปก 21 องค์  จัดรูปแบบวัดพัฒนาตัวอย่างจนถึงปัจจุบัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น